วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

chinatown london


 Chinatown london
     
          ไชน่าทาวน์ ณ มหานครลอนดอน ประเทศอังกฤษ หรือที่หลายคนเรียกว่า “โซโห” (Soho) ตามชื่อของย่านที่เป็นถิ่นที่ตั้งของชุมชนคนจีนแห่งนี้นั้น แต่เดิมไม่ได้อยู่ในย่านโซโหเหมือนเช่นทุกวันนี้ แต่อยู่ในเขตไลม์เฮ้าส์ (Limehouse) โดยช่วงศตวรรษที่ 20 คนจีนในลอนดอนยังมีน้อยอยู่ จึงรวมตัวกันอยู่เป็นกลุ่มย่อยๆ โดยส่วนหนึ่งก็เริ่มทำธุรกิจเล็กๆ เปิดร้านรวงเพื่อขายของให้กับชาวประมงจีนด้วยกันที่ล่องแม่น้ำเข้ามาค้าขาย ณ แดนผู้ดี สมัยนั้นไชน่าทาวน์ไม่ได้เป็นที่รู้จักในทางบวกมากนัก เมื่อคนอังกฤษพูดถึงชุมชนคนจีนต่างพากันนึกถึง ฝิ่น บ่อน และชุมชนแออัด ไม่เหมือนสมัยนี้ ที่ไชน่าทาวน์ในการรับรู้ของคนทั่วไป หมายถึงร้านอาหารจีน เป็ดย่าง บะหมี่ ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านขายของสวยๆงามๆ สภาพเสื่อมโทรมของไชน่าทาวน์ย่านไลม์เฮ้าส์ ดำรงอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะถูกทำลายจากระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่คนจีนส่วนหนึ่งก็ยังอดทนอยู่ต่อไปเนื่องจากไม่รู้จะไปหาที่ซุกหัวนอนที่ไหน อย่างไรก็ตาม หลังสิ้นสุดสงคราม ซึ่งอังกฤษเป็นผู้ชนะในฐานะแนวร่วมฝ่ายสัมพันธมิตรคนจีนเริ่มไหลทะลักเข้ามาในลอนดอนมากขึ้น โดยเฉพาะคนจีนจากฮ่องกง ซึ่งไหลบ่าเข้ามากันเป็นจำนวนมาก จากวันนั้นจนถึงวันนี้ไชน่าทาวน์ลอนดอน ได้กลายเป็นถิ่นที่อยู่ของคนจีนกวางตุ้งไปโดยปริยาย (คนจีนในฮ่องกงเป็นจีนกวางตุ้งเกือบทั้งนั้น)

จากไชน่าทาวน์เดิมในย่านไลม์เฮ้าส์ ด้วยปริมาณคนจีนในลอนดอนที่มากขึ้น จึงเริ่มขยายวงเกิดเป็นชุมชนและร้านอาหารจีนกระจายตัวออกไปในที่ต่างๆ ก่อนที่ในทศวรรษ 1970 จะพากันย้ายถิ่นฐานมาสร้างเป็นไชน่าทาวน์ใหม่ ณ ย่านแชฟท์บิวรี่ (Shaftesbury Avenue) ในปัจจุบัน โดยตั้งชุมชนเรียงรายอยู่สองฟากฝั่งของถนนเจอร์ราร์ด (Gerrard Street) ทำให้พื้นที่โซโห ซึ่งเป็นบริเวณที่คนไม่ได้พลุกพล่านมากนักในวันเก่าก่อน กลายเป็นศูนย์กลางของกรุงลอนดอน และเป็นชุมชนของคนเอเชียผิวเหลือง ที่โด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้

ในปี 2005 ที่ผ่านมา โรสวีล บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้เสนอแผนที่จะเข้ารื้อปรับโครงสร้างของไชน่าทาวน์ฝั่งตะวันออก แต่แผนการนี้ถูกต่อต้านจากบรรดาคนจีนและเจ้าของร้านค้าปลีกจำนวนมาก เนื่องจากกลัวว่าร้านรวงต่างๆ จะถูกไล่ที่รื้อทิ้งพร้อมกับเสน่ห์และเอกลักษณ์ดั้งเดิมของไชน่าทาวน์ที่จะต้องหายไปนั่นเอง 



ที่มา  http://www.abroad-tour.com/england/london/london_chaina_town.html

วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Durham Castle


ปราสาทเดอรัม
       ปราสาทเดอรัม (Durham Castle) เป็นปราสาทแบบนอร์มันในเมืองเดอรัม มณฑลเดอรัม สหราชอาณาจักร ตั้งอยู่ตรงข้ามกับโบสถ์เดอรัม บนยอดเนินเขาเหนือแม่น้ำแวร์บนคาบสมุทรเดอรัม
ปราสาทนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 11 เพื่อปกป้องบิชอปแห่งเดอรัมจากการถูกโจมตี เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์ของปราสาทแบบ mott and bailey ที่ได้รับอิทธิพลของนอร์มัน
ปราสาทนี้ห้องโถงขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นบิชอปแอนโทนี เบค เมื่อต้นศตวรรษที่ 14 เคยเป็นห้องโถงในปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในเกาะบิเตน จนกระทั่งบิชอปริชาร์ด ฟอกซ์ ปรับขนาดห้องโถงให้เล็กลงเมื่อสิ้นศตวรรษที่ 15 ห้องโถงปัจจุบันมีความสูง 14 เมตร และยาวมากกว่า 30 เมตร
       ในปี 1837 บิชอปเอ็ดวาร์ด มอล์ทบี ได้มอบปราสาทให้แก่มหาวิทยาลัยเดอรัมเพื่อ เป็นที่พักของนักศึกษา ได้รับการตั้งชื่อว่า University College สถาปนิกแอทโธนี ซาลวิน ได้บูรณะป้อมปราสาทที่พังทลายให้มีลักษณะเหมือนแรกเริ่ม เมื่อครั้งเปิดใช้ในปี 1840 ปราสาทรองรับนักศึกษาได้มากกว่า 100 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะพักอาศัยอยู่ในป้อมปราสาท
ปัจจุบันนี้ ห้องโถงใหญ่ของบิชอปเบกถูกใช้เป็นโรงอาหารสำหรับนักศึกษา และห้องใต้ดินของห้องโถงถูกปรับเปลี่ยนเป็นบาร์ วิหารทั้งสองแห่งยังคงใช้งานทั้งในด้านพิธีกรรมทางศาสนาและการแสดงละคร ส่วนอื่นๆของปราสาทถูกใช้เป็นห้องสมุด ในช่วงวันหยุดของวิทยาลัย ปราสาทจะเปิดเป็นโรงแรมและห้องสัมมนา มีเพียงนักศึกษา บุคลากรของโรงแรม และแขกของโรงแรม ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายในปราสาทได้

ที่มา  http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A1

          

Tower of London


หอคอยแห่งลอนดอน
          
          หอคอยแห่งลอนดอน (อังกฤษ: Tower of London) เป็นพระราชวังหลวงและป้อมปราการตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำเทมส์ในกรุงลอนดอนในอังกฤษ เป็นพระราชวังที่เดิมสร้างโดยพระเจ้าวิลเลี่ยมที่ 1 แห่งอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ. 1078เป็นสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ พระราชวังเป็นรู้จักกันในนามว่า หอคอยแห่งลอนดอนหรือ หอในประวัติศาสตร์ ตัวปราสาทตั้งอยู่ภายในโบโรแห่งทาวเวอร์แฮมเล็ทส์และแยกจากด้านตะวันออกของนครหลวงลอนดอน (City of London) ด้วยลานโล่งที่เรียกว่าเนินหอคอยแห่งลอนดอน หรือ ทาวเวอร์ฮิล” (Tower Hill) หอคอยแห่งลอนดอนมักจะรู้จักกันในการเกี่ยวข้องกับหอขาว(White Tower) ซึ่งแต่เดิมเป็นหอสีขาวที่สร้างโดยพระเจ้าวิลเลี่ยมที่ 1 แห่งอังกฤษในปี ค.ศ. 1078 แต่กลุ่มสิ่งก่อสร้างทั้งหมดของหอคอยแห่งลอนดอนตั้งอยู่รอบวงแหวนสองวงภายในกำแพงและคูป้องกันปราสาท
ตัวหอคอยใช้เป็นป้อม พระราชวังของพระมหากษัตริย์ และที่จำขังโดยเฉพาะสำหรับนักโทษที่มียศศักดิ์สูงเช่นพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1 ก็เคยทรงถูกจำขังในหอคอยโดย พระราชินีนาถเมรี และยังเป็นที่สำหรับประหารชีวิตและทรมาน คลังเก็บอาวุธ ท้องพระคลัง สวนสัตว์ โรงกษาปณ์หลวง หอเก็บเอกสาร หอดูดาว และตั้งแต่ปี ค.ศ. 1303 เป็นที่เก็บรักษามงกุฏและเครื่องราชาภิเษกของ สหราชอาณาจักร


ที่มา  http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%99

Royal Pavilion in London


Royal Pavilion 

          Royal Pavilion เป็นตำหนักเดิมที่ตั้งอยู่ใน ไบรตัน , อังกฤษ  มันถูกสร้างขึ้นในสามแคมเปญเริ่มต้นใน 1787 เป็นสถานที่พักผ่อนริมทะเลสำหรับ จอร์จเจ้าชายแห่งเวลล์ , from 1811 รีเจ้นซ์ปริ้นซ์ มันมักจะเรียกว่าไบรตันพาวิลเลี่ยน มันถูกสร้างขึ้นใน อินโด Saracenic สไตล์ที่แพร่หลายใน อินเดีย ส่วนใหญ่ของศตวรรษที่ 19 ด้วยฟุ่มเฟือยมากที่สุด chinoiserie การตกแต่งภายในที่ดำเนินการเคยอยู่ในเกาะอังกฤษ

ที่มา http://translate.google.co.th/translate?hl=th&langpair=en|th&u=http://en.wikipedia.org/wiki/Royal_Pavilion

Amazing in London


สโตนเฮนจ์ กองหินมหัศจรรย์ ซึ่งอยู่ที่เมืองซัลลิสเบอรี่ มณฑลวิลไซร์ ประเทศ อังกฤษ 
ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่แบบนั้นมาเนิ่นนาน โดยที่ยังไม่มีใครหาคำอธิบายได้ ว่าเพราะเหตุใด กองหินรูปทรงประหลาดเหล่านี้ จึงพากันมายืนหยัดอยู่ตรงนั้น จนกระทั่งเมื่อต้นสัปดาห์นี้เอง ศาสตราจารย์ จอฟฟรีย์ เวนไรท์ ประธานสมาคม Society of Antiquaries และศาสตราจารย์ทิโมธี ดาร์วิล ซึ่งเป็นนักโบราณคดีชั้นนำของอังกฤษ เปิดเผยการค้นพบใหม่ว่า จากหลุมฝังศพที่อยู่รอบๆ อนุสาวรีย์หินและสะเก็ดหินโบราณชิ้นเล็กๆ ที่นำไปเป็นเครื่องราง บ่งชี้ว่าในยุคนั้นสโตนเฮนจ์น่าจะมีความสำคัญคล้ายกับวิหารโลเดสในฝรั่งเศส คือเป็นสถานที่สำหรับการรักษาเยียวยาผู้ป่วย เพราะในบริเวณนี้ มีกะโหลกศีรษะมนุษย์ที่เจ็บป่วย หรือได้รับบาดเจ็บมากผิดปกติ และการวิเคราะห์ภาพถ่ายฟัน ก็บ่งชี้ว่าที่พบนั้นราวครึ่งหนึ่งเป็นคนจากที่อื่น

ที่นี่ยังมีการค้นพบกะโหลกศีรษะของคน 2 คน ที่ผ่านการผ่าตัดทำศัลยกรรมในยุคแรกๆ ซึ่งเคยมีขึ้นเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นในยุคก่อนประวัติศาสตร์ของอังกฤษ “น่าจะเป็นคนอยู่ในภาวะท้อแท้สิ้นหวังแล้วตอนที่เขามาที่สโตนเฮนจ์” ดาร์วิลกล่าวที่สมาคมโบราณคดีแห่งลอนดอน

“โครงกระดูกของมนุษย์ ที่รู้จักกันในชื่อว่า อเมสเบอร์รี อาร์เชอร์ ที่พบในบริเวณนี้ มีลักษณะของกะโหลกศีรษะเหมือนได้รับบาดเจ็บรุนแรง คาดว่าจะเสียชีวิตในช่วงเวลา ใกล้เคียงกับที่มีการนำหินเหล่านี้มาวางเรียงไว้แบบนี้ การวิเคราะห์กระดูกของอาร์เชอร์บ่งชี้ว่า เขาน่าจะดั้นด้นมาจากแถบเทือกเขาแอลป์” แต่ดาร์วิลก็ยังยอมรับความเป็นไปได้อื่นๆ ว่า “ที่นี่อาจจะเป็นวิหารหรือจะเป็นศูนย์ในการเยียวยารักษาก็ได้”

ที่มา http://www.neutron.rmutphysics.com/news/index.php?option=com_content&task=view&id=682&Itemid=13

วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555

ท่องเที่ยวใน อังกฤษ

ปราสาทเดอแรม
 
ปราสาทเดอแรม (Durham Castle)
เป็นปราสาทแบบนอร์มันในเมืองเดอแรม มณฑลเดอแรม สหราชอาณาจักร ตั้งอยู่ตรงข้ามกับโบสถ์เดอแรม บนยอดเนินเขาเหนือแม่น้ำแวร์บนคาบสมุทรเดอแรม

ประวัติ
ปราสาทนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 11 เพื่อปกป้องบิชอปแห่งเดอแรมจากการถูกโจมตี เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์ของปราสาทแบบ mott and bailey ที่ได้รับอิทธิพลของนอร์มัน ปราสาทนี้ห้องโถงขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นบิชอปแอนโทนี เบค เมื่อต้นศตวรรษที่ 14 เคยเป็นห้องโถงในปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในเกาะบริเตน จนกระทั่งบิชอปริชาร์ด ฟอกซ์ ปรับขนาดห้องโถงให้เล็กลงเมื่อสิ้นศตวรรษที่ 15 ห้องโถงปัจจุบันมีความสูง 14 เมตร และยาวมากกว่า 30 เมตร

วิหารในปราสาท
ปราสาทเดอแรมมีวิหารอยู่ 2 แห่ง คือ วิหารนอร์มัน สร้างเมื่อประมาณปี 1078 และวิหารทันสตอล สร้างในปี 1540 วิหารนอร์มันเป็นส่วนที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่มีการสำรวจในปราสาท สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบแซกซอน ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามีการเกณฑ์แรงงานชาวแซกซอนมาสร้าง ในศตวรรษที่ 15 หน้าต่างของวิหารทั้ง 3 บานถูกปิดผนึกหลังมีการต่อเติมป้อมปราสาท และไม่ได้ถูกใช้งานอีกจนกระทั่งปี 1841 ซึ่งถูกใช้เป็นทางเดินภายในป้อมปราสาท ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ได้ถูกใช้เป็นฐานที่มั่นสะสมกำลังและสังเกตการณ์ของกอง
ทัพอากาศ และต่อมาเมื่อมีการสำรวจจึงได้ทราบจุดประสงค์แต่เดิมของการสร้างวิหารนี้ หลังสงคราม จึงมีการบูรณะวิหารขึ้นใหม่และใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมมาจนทุกวันนี้

วิหารทันสตอลมีขนาดใหญ่กว่าวิหารนอร์มัน และถูกใช้งานมามากกว่า ในศตวรรษที่ 17 บิชอปคอซินและบิชอปครูว์ได้ต่อเติมส่วนของวิหารให้กว้างขวางขึ้น ที่ด้านหลังวิหาร ม้านั่งบางตัวบริเวณนี้ทำขึ้นมาตั้งแต่เมื่อศตวรรษที่ 16 University College ในปี 1837 บิชอปเอ็ดวาร์ด มอล์ทบี ได้มอบปราสาทให้แก่มหาวิทยาลัยเดอแรมเพื่อ เป็นที่พักของนักศึกษา ได้รับการตั้งชื่อว่า University College สถาปนิกแอทโธนี ซาลวิน ได้บูรณะป้อมปราสาทที่พังทลายให้มีลักษณะเหมือนแรกเริ่ม เมื่อครั้งเปิดใช้ในปี 1840 ปราสาทรองรับนักศึกษาได้มากกว่า 100 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะพักอาศัยอยู่ในป้อมปราสาท

ปัจจุบันนี้ ห้องโถงใหญ่ของบิชอปเบกถูกใช้เป็นโรงอาหารสำหรับนักศึกษา และห้องใต้ดินของห้องโถงถูกปรับเปลี่ยนเป็นบาร์ วิหารทั้งสองแห่งยังคงใช้งานทั้งในด้านพิธีกรรมทางศาสนาและการแสดงละคร ส่วนอื่นๆของปราสาทถูกใช้เป็นห้องสมุด ในช่วงวันหยุดของวิทยาลัย ปราสาทจะเปิดเป็นโรงแรมและห้องสัมมนา มีเพียงนักศึกษา บุคลากรของโรงแรม และแขกของโรงแรม ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายในปราสาทได้

มรดกโลก
ปราสาทเดอแรมและมหาวิหารเดอแรมได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ข้อความจากรัฐบาลสหราชอาณาจักรถึงเหตุผลของการเสนอชื่อปราสาทเข้ารับเลือกมีดังนี้ ในอังกฤษมีอาคารเพียงไม่กี่หลังที่สามารถยืนหยัดฝ่ากระแสความเปลี่ยนแปลงในประวัติศาสตร์ได้ยาวนานกว่าปราสาทเดอแรม หลังจากการพิชิตนอร์มัน ปราสาทถูกบูรณะ ต่อเติม และปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ตามสถานการณ์มาตลอดระยะเวลากว่า 900 ปี 

มหานคร London

การเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวลอนดอน


การเตรียมตัวเรื่องการเดินทาง

การไปลอนดอน คงไม่มีใคร ไม่รู้จัก Tube Map นะคะ คือเครื่องมือสำคัญในการเดินทางเลยทีเดียว สามารถไปหยิบได้ตามสถานีต่างๆคะ หรือจะ Download ได้ที่ เวปไซด์ Transport for London ( tfl) นอกจากนี้ยังสามารถ check การเดินทางได้ทั่วลอนดอนเลยคะ แต่ถ้าใครต้องการเดินทางไปต่างจังหวัดโดยรถไฟแล้วไม่รู้จะเริ่มยังไง ก็ให้serch google คำว่า South West Train เป็นเวปที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางโดยรถไฟข้ามเมือง จริงๆแล้วมีบริษัทหลายแห่งที่ให้บริการเรื่องรถไฟข้ามเมือง แต่จะขอบอกให้บทความต่อไปนะคะ

การเตรียมตัวเรื่องที่พัก บ้านพัก บ้านเช่า ในลอนดอน

ที่พัก แบ่งประเภทได้ดังนี้คะ (ราคาโดยประมาณ)
single room คือ ห้องเดี่ยว แชร์ครัวและห้องน้ำ ราคาก็เริ่มตั้งแต่ 85 ปอนด์
double room คือ ห้องคู่ แชร์ครัวและห้องน้ำ ราคาเริ่มตั้งแต่ 110 ปอนด์
en-suite room อาจจะเป็น single en-suite / double en-suite คือ ห้องน้ำในตัวแต่แชร์ครัว เริ่มตั้งแต่ 150 ปอนด์
studio room อาจจะเป็น single studio / double studio คือห้องที่มีห้องน้ำและครัวในห้องไม่ต้องแชร์กับคนอื่น เริ่มตั้งแต่ 180 ปอนด์

โดยส่วนมากนักเรียนไทยจะอยู่แบบ House share ก็คือ 2 ข้อแรก เพราะจะประหยัดกว่า แต่นักเรียนไทยที่สามารถจ่ายแพงขึ้นมาได้หน่อยนั้นก็อาจจะเลือกอยู่แบบ en-suite หรือ studio เพราะว่ามีความเป็นส่วนตัวมากกว่า

การหาบ้านอยู่เองไม่ง่ายและก็ไม่ยาก แต่ตอนที่เรา( ผู้เขียน)ไปใหม่ๆเราก็ต้องใช้เอเจนท์ในการหาบ้านเพราะทางเค้าจะมีความเชี่ยวชาญมากกว่าและมีบ้านให้เลือกเยอะ แต่นักเรียนบางคนก็สามารถหาตามติดประกาศของโรงเรียน,ร้านแขก ( ร้านขายของชำ) , ในเวปไซด์ เป็นต้น

ส่วนใครที่ต้องการ studio room นั้น จะต้องใช้เอเจนท์อย่างเดียวเลย เพราะว่า private landlord จะไม่ค่อยปล่อยห้องเอง จะใช้ผ่านเอเจนท์มากกว่า และต้องอยู่ 3-6 เดือนขึ้นไป บางเอเจนท์ต้องมีคนการันตีด้วย 2 คนคะ แต่บางเอเจนท์ก็ไม่ต้องมีการันตี ซึ่งเราก็ต้องศึกษาเองคะในส่วนนี้ เพราะเอเจนท์บ้านที่ลอนดอนมีเยอะมากๆ

การเตรียมร่างกายให้พร้อม



ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนนะคะ เราอาจจะคิดว่าเราไม่ป่วย เราแข็งแรง แต่อาจจะมีโรคที่เราคาดไม่ถึง เช่นโรคอีสุกอีใส ซึ่งเราเองไปเป็นที่ลอนดอนทรมานมาก ดังนั้น จึงอยากเตือนให้คนที่ไม่เคยเป็นไปฉีดวัดซีนป้องกันก่อนไปคะ และ/หรือ ฉีดวัคซีนอื่นๆป้องกันไว้ด้วย เช่น ไวรัสตับอักเสบ เป็นต้น

นอกจากนี้ เราควรจะเข้าใจว่า การหาหมอที่นั้นเป็นอย่างไร เพราะวันนึงเราอาจจะป่วยขึ้นมาก็ได้ สำหรับผู้เขียนแนะนำให้เข้าเวป NHS นะคะ เพราะเป็นการหาหมอฟรีสำหรับนักเรียนที่ลงเรียนมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป และถ้าความชัวร์ทำประกันไปก็ดีนะคะ ปีนึงประมาณ หมื่นกว่าบาทแต่ว่าความคุ้มครองเค้าเริ่มตั้งแต่ ขึ้นเครื่องบิืนเลยคะ ลองดูของ travel guard นะคะ เพราะเค้าดังในเรื่องประกันสุขภาพในต่างประเทศและราคาไม่แพงมากคะ

สำหรับคนที่เมารถ เมาเรือ ง่ายก็จะเมาเครื่องบินด้วย ดังนั้น ต้องกินยาแก้เมารถด้วยก่อนขึ้นเครื่องนะคะ สำคัญมากคะ เดี๋ยวไปเวียนหัวคลื่นไส้แล้วจะไม่สบายเนื้อสบายตัวละแย่เลย



การจัดกระเป๋าเดินทาง
ถ้าไปหน้าร้อนคงดีตรงที่ว่าไม่ต้องแบกโค้ทหรือเสื้อหนาๆให้หนักกระเป๋า แต่ถ้าไปหน้าหนาวก็ไม่ต้องกังวลคะ ไม่ต้องไปซื้อเสื้อหนาว หรือเสื้อโค้ทให้มากเกินไป เพราะที่อังกฤษก็มีก็มีเสื้อหนาวราคาไม่แพงและคุณภาพพอใช้ได้ ซึ่งเราเก็บเงินไว้ช๊อปที่อังกฤษดีกว่าคะ และไม่ต้องเสียพื้นที่ในกระเป๋าเดินทางด้วย

เรื่องข้าวของใช้ที่จำเป็นก็ต้องชั่งใจคะ เพราะว่า จริงๆที่อังกฤษก็มีเหมือนบ้านเราเพียงแต่ว่า ไปครั้งแรกอาจจะไม่กล้าใช้เงินเพราะทุกอย่างดูแพงไปหมดแล้วพออยู่ไปก็ชินคะ พวกของแห้งทั้งหลายก็ไม่ต้องนำไปมาก เพราะที่ลอนดอนก็มีขายอยุ่แล้วคะ ควรศึกษาให้ดีว่าอะไรนำเข้าประเทศไม่ได้ เพราะตอนขาเข้าประเทศจะมีสุนัขมาดมกลิ่นนะคะ

Harrods ห้างหรูในลอนดอน

                แฮร์รอดส์ (อังกฤษ: Harrods) เป็นห้างสรรพสินค้าหรูหราบนถนนบรอมพ์ตันในเขตไนท์สบริดจ์ ลอนดอน สหราชอาณาจักร ตราแฮร์รอดส์ยังนำไปใช้กับวิสาหกิจอื่นๆ ที่ดำเนินงานโดยกลุ่มบริษัทแฮร์รอดส์ รวมถึงธนาคารแฮร์รอดส์ แฮร์รอดส์เอสเตทส์ แฮร์รอดส์เอเวียชัน และแอร์แฮร์รอดส์

ห้างตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 18,000 ตารางเมตร มีพื้นที่จำหน่ายสินค้ากว่า 90,000 ตารางเมตรในร้านค้ากว่า 330 ร้าน ห้างเซลฟริดจ์สบนถนนออกซ์ฟอร์ดซึ่งเป็นห้างที่ใหญ่เป็นอันดับสองในสหราชอาณาจักร มีขนาดมากกว่าครึ่งหนึ่งของแฮร์รอดส์เล็กน้อย โดยมีพื้นที่จำหน่ายสินค้า 50,000 ตารางเมตร[1]
คติพจน์ของแฮร์รอดส์คือ Omnia Omnibus Ubique - ทุกสิ่งสำหรับทุกคนในทุกแห่ง ร้านค้าหลายร้านภายในห้างมีชื่อเสียงระดับโลก รวมถึงแผนกคริสต์มาสตามเทศกาลและศูนย์อาหาร
แฮร์รอดส์ก่อตั้งขึ้นโดย ชาร์ลส์ เฮนรี แฮร์รอด เมื่อ พ.ศ. 2377 โดยตั้งเป็นร้านขายส่งในเขตสเตปนีย์ ย่านอีสต์เอนด์ เนื่องด้วยความสนใจเกี่ยวกับชาเป็นพิเศษ ต่อมาใน พ.ศ. 2392 แฮร์รอดได้ซื้อร้านค้าขนาดเล็กแห่งหนึ่งในเขตไนท์สบริดจ์บนที่ตั้งของห้างในปัจจุบัน เพื่อหนีความวุ่นวายของเมืองชั้นใน และเพื่อโอกาสทำกำไรจากนิทรรศการใหญ่แสดงผลงานทางอุตสาหกรรมจากทุกพื้นทวีป ที่จัดขึ้นใน พ.ศ. 2394 ใกล้กับสวนสาธารณะไฮด์โดยตอนแรกเริ่มต้นจากร้านค้าห้องเดียว มีผู้ช่วยสองคนและผู้ส่งสารอีกหนึ่งคน ต่อมาชาร์ลส์ ดิกบี แฮร์รอด ผู้เป็นบุตรชาย ได้ดำเนินกิจการจนกลายเป็นธุรกิจขายปลีกที่เฟื่องฟู จำหน่ายยา น้ำหอม เครื่องเขียน ผลไม้ และผัก แฮร์รอดส์ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนกระทั่ง พ.ศ. 2423 ได้ซื้ออาคารที่อยู่ติดกันและจ้างพนักงานหนึ่งร้อยคน
เมื่อต้นเดือนธันวาคม พ.ศ. 2426 ตัวอาคารได้เกิดเพลิงไหม้ ทำให้กิจการที่กำลังเจริญรุ่งเรืองต้องถดถอยลง แต่กระนั้น ชาร์ลส์ แฮร์รอด ยังคงบริการส่งสินค้าแก่ลูกค้าในเทศกาลคริสต์มาสในปีนั้น และทำกำไรได้อย่างดี อาคารใหม่ถูกสร้างขึ้นบนตำแหน่งเดิม และในเวลาไม่นานแฮร์รอดส์ก็ได้รับความเชื่อถือมากขึ้นจากลูกค้าชั้นนำ เช่น ออสการ์ ไวลด์ ลิลลี แลงทรี นักแสดงหญิงระดับตำนาน เอลเลน เทอร์รี Noël Coward ซิกมุนด์ ฟรอยด์ เอ. เอ. ไมลน์ และสมาชิกราชวงศ์อังกฤษหลายพระองค์
วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2441 แฮร์รอดส์ได้เปิดตัวบันไดเลื่อนตัวแรกในอังกฤษในห้างที่ถนนบรอมพ์ตัน ซึ่งลักษณะเป็นอุปกรณ์คล้ายล้อตีนตะขาบจากหนังทอที่มีตับลูกกรงจากไม้มะฮอกกานีและกระจกฉาบเงิน ลูกค้าที่ตื่นตระหนกจากการขึ้นบันไดเลื่อนจะได้รับบรั่นดีที่ด้านบนบันไดเพื่อช่วยกระตุ้นประสาท

แหล่งสุมหัวคนไทยในลอนดอน


ร้านอาหารไทยสแควร์ ( Thai Square )
ร้านอาหารนี้ พิเศษกว่าร้านอื่นตรงที่มีสองชั้น ชั้นบนเป็นร้านอาหารไทย ส่วนชั้นล่างมี แดนส์ & พับ และ Bar โดยเปิดเพลงไทย เพื่อคนไทย เป็นที่ชื่นชอบของ คนไทย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และฝรั่ง สาวสวย หนุ่มหล่อ เพียบ (คนไทยเข้าฟรี,คนต่างชาติเก็บเงิน)
อยู่ที่ 17-19 cockspur street Trafalgar Square London sw1y 5by
* สถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ : Trafalgar Square tube station


ร้านอาหาร ADDIE THAI REATAURANT & BAR

ร้านนี้มีบาร์สำหรับคนไทยโดยเฉพาะ โดยลักษณะของร้านจะมี 2 ชั้น โดยชั้นใต้ดิน คืนวันศุกร์ - เสาร์ เป็นบาร์สำหรับคนไทย มีนักศึกษาและ นักเรียนไทยในลอนดอนมารวมตัวกันมากมาย ถ้าพูดถึง แหล่งท่องเที่ยวกลางคืน ของคนไทยที่ลอนดอน ที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งที่ทุกคนกล่าวหนึ่ง อยู่ที่ 121 Earl's Court road, London SW5 9RL
* สถานีรถไฟใต้ดิน : Earl ' s Court tube Station

สถานที่ท่องเที่ยวใน กรุง ลอนดอน

1) Big Ben & the Houses of Parliament
unique เรียนต่อ อังกฤษ: Big Ben & the Houses of Parliament
Station: Westminster
Line: Circle line (yellow), District line (green)
สถานที่สำคัญอีกแห่งที่ไม่ควรพลาดคือ Big Ben และ House of Parliament ท่านจะพบกับความสวยงามของสถาปัตยกรรม ซึ่งจัดได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศอังกฤษ หอนาฬิกาบิ๊กเบนหอนาฬิกาประจำพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ วันนี้บิ๊กเบนฉลองอายุครบ 150 ปี มันคือสัญลักษณ์แห่งความมั่นคง ความปลอดภัยและความเป็นประชาธิปไตยชื่อบิ๊กเบนในที่นี้หมายถึงตัวหอนาฬิกาที่มีทั้งมหาระฆังใบใหญ่และนาฬิกา โดยปัจจุบันยังเป็นที่ประชุมรัฐสภาในประเทศอังกฤษ และมีผู้เยี่ยมชมสถานที่นี้จากหลากหลายประเทศทั่วโลก
2) Buckingham Palace
unique เรียนต่อ อังกฤษ: Buckingham Palace
Station: St James Park 
Line: Circle line (yellow), District line (green), Victoria line (light blue)
พระราชวังบัคคิงแฮม Buckingham Palace เดิมชื่อ คฤหาสน์บัคคิงแฮม เป็นพระราชวังที่เป็นที่ประทับเป็นทางการของราชวงศ์อังกฤษ ตั้งอยู่ที่กรุงลอนดอนในสหราชอาณาจักรเป็นสถานที่ที่ใช้สำหรับการเลี้ยงรับรองของรัฐและยังเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวสำคัญที่หนึ่งของกรุงลอนดอน
3) Camden Lock & Market
unique เรียนต่อ อังกฤษ: Camden Lock & Market
Station: Camden Town 
Line: Northern line (black)
ใครที่ชื่นชอบตลาดนัดจตุจักร เมื่อไปถึงอังกฤษไม่ควรพลาดตลาดนัด Camden Market ที่รวบรวมสินค้าหลายหลายให้เลือกชม อาทิเช่น เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ และของแต่งบ้านเก๋ๆ โดยบริเวณนั้น ยังรายล้อมไปด้วยร้านอาหาร และของทานเล่นจากหลากหลายนานาชาติ
4) Kensington Palace
unique เรียนต่อ อังกฤษ: Kensington Palace
Station: Queensway or Notting Hill Gate 
Line: Central line (red)
พระราชวัง Kensington Palace ได้รวบรวมห้องต่าง ๆ ให้ได้ชมกัน และยังมีบริเวณที่จัดแสดงเกี่ยวกับแฟชั่นของคนในพระราชวังทั้งหญิง และชายในสมัยก่อน รวมถึงจัดแสดงชุดของเจ้าหญิงไดอาน่าอีกด้วย จบจากที่นี่เราก็เดินไปต่อแถว South Kensington ซึ่งมีพิพิธภัณฑ์มากมายเช่น Natural History Museum, Science Museum, Victoria & Albert Museum ที่กล่าวมานี้เข้าชมฟรีทั้งนั้นคะ แต่วันนั้นได้แต่เข้าไปที่ Natural History Museum และ Science Museum
5) Leicester Square & China Town
unique เรียนต่อ อังกฤษ: Leicester Square & China Town
Station: Leicester Square 
Line: Northern line (black), Piccadilly line (dark blue)
Leicester Square และ China Town เป็นอีกบริเวณนึงที่คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว โดยรอบบริเวณนี้จะเต็มไปด้วยสถานบันเทิง อาทิเช่น โรงหนัง Odian, Vue ซึ่งมักจะใช้เป็นสถานที่ เปิดตัวหนังเข้าใหม่ในรอบปฐมทัศน์ และโรงละคร Theater ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลก อาทิเช่น Lion king, Pantom of the opera. Mama mia เป็นต้น และบรเวณถัดไปคือ China town ซึ่งจัดได้ว่าเป็นศูนย์รวมของ คนเอเชียในกรุงลอนดอน ที่จะออกมาจับจ่ายใช้สอย หรือพบปะเพื่อนฝูงในร้านอาหารที่ถูกใจ จากหลากหลายประเทศ อาทิเช่น อาหารจีน เกาหลี ไทย ญี่ปุ่น และเวียดนาม
6) London Eye
unique เรียนต่อ อังกฤษ: London Eye
Station: Waterloo station 
Line: Bakerloo line (brown), Northern line (black), Jubilee line (silver), Waterloo line (light green)
สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่ไม่ควรพลาด ซึ่งเรียบฝั่งแม่น้ำเทมส์ ลอนดอนอาย มีชื่อเต็ม ๆ ว่า British Airways London Eye เป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างขึ้นต้อนรับปี ค.ศ.2000 ด้วยเงินสนับสนุนจากสายการบิน British Airways โดยมีลักษณะคล้ายๆกับชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์ ที่สามารถบรรจุ ผู้โดยสารเพื่อเยี่ยมชมทัศนียภาพ รอบๆกรุงลอนดอน โครงสร้างประกอบไปด้วย 32 แคปซูลแก้ว ที่แต่ละแคปซูลสามารถบรรจุผู้คนได้มากถึง 25คน
7) Madame Tussaud's
unique เรียนต่อ อังกฤษ: Madame Tussaud's
Station: Baker Street 
Line: Bakerloo line (brown), Circle line (yellow), District line (green), Hammersmith & City line (pink)
พิพิธพัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง ที่รวบรวมเหล่าศิลปิน ดาราดังรวมไปถึงบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์อังกฤษ ตั้งแต่ราชวงศ์อังกฤษ นักการเมือง และ นักฟุตบอล
8) Tower of London & Tower Bridge
unique เรียนต่อ อังกฤษ: Tower of London & Tower Bridge
Station: Tower Hill 
Line: Circle line (yellow), District line (green)
Tower Bridge เป็นสะพาน ข้ามแม่น้ำเธมส์ สะพานแรก ของลอนดอน บางคนอาจจะคิดว่าเป็นสะพานธรรมดา เหมือนที่เราเคยเห็นทั่วไป แต่จริงๆแล้ว Tower Bridgeต่างกับสะพานอื่นก็คือ ตรงกลางจะสามารถเปิดออกได้ เพื่อที่จะให้เรือลำใหญ่ๆ เขาผ่านได้อย่างสะดวก โดยสะพานแห่งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นจุดชมวิว ที่มีความสูงถึง 140 ฟุต เท่านั้น แต่ภายในของฐานสะพาน ที่ถูกสร้างขึ้นให้มีลักษณะเป็นหอสูง ยังเป็นที่ที่จัดนิทรรศการ เกี่ยวกับประเทศอังกฤษ